ค้นหา:
   เข้าสู่ระบบ!!    Mobile        รถเข็น   
ภาษาไทย
    หน้าแรก       สินค้า       เว็บบอร์ด       เกี่ยวกับเรา       บทความ       วิธีการชําระเงิน       ติดต่อเรา  
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 01/02/2560
ปรับปรุงเวบเมื่อ 20/07/2563
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 370
0205559032938

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (370)
 น้ำมัน ปตท.
 น้ำมัน อพอลโล่
 น้ำมัน เชล์ล Shell
 น้ำมัน โมบิล
 น้ำมัน คาสตรอล
 น้ำมัน ฮาว์ตัน
 น้ำมัน เทรน
 น้ำมัน บางจาก
 น้ำมัน ไออาร์พีซี IRPC
 ตัวปั่นน้ำมัน
 ลวดวายคัต EDM wire
 ไส้กรอง อุตสาหกรรม ไส้กรองวายคัต
 น้ำยาแม่พิมพ์ ล้างโมล์ด-Fluid
 วัตถุดิบ-Material
 อะหลั่ยเครื่องวายคัต-Sodick
 อะหลั่ยเครื่องวายคัต-Mitsubishi
 หินเจียร หินขัด

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



เว็บลิงค์
พรีเมียมมอลล์
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
ฟรี.! เว็บไซต์สำเร็จรูป
ระบบชำระเงินออนไลน์
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น
เล่นเกมส์ออนไลน์ ฟรี.!
ฝากไฟล์ อัพโหลด
สร้าง Blog ของตัวเอง ฟรี.!
พิกโพสต์ ประกวดภาพ

จำหน่ายน้ำมัน อุปกรณ์และอะไหล่ ที่ใช้ในโรงงาน ทุกชนิด
ติดต่อได้ที่ โทรและ ID Line
คุณสุกฤษ  097 9920654
คุณมะลิ     099 0459244
สำนักงานและแฟกซ์ 038-199236
Email: siamppkjlub@gmail.com
Email: siamppkjlub@hotmail.com
จัดส่ง ทั้งในและต่างประเทศ
บทความ
เลือกน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดเหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ของคุณ (อ่าน 3068/ตอบ 0)

เลือกน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดเหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ของคุณ


น้ำมันเครื่อง 0W

น้ำมันเครื่อง 5W

น้ำมันเครื่อง 10W

น้ำมันเครื่อง 15W

น้ำมันเครื่อง 20W

ค่าความหนืด วัดอย่างไร?

ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ ดังนั้น น้ำมันเครื่องเกรดรวมจะสามารถปกป้องได้ในช่วงอุณหภูมิที่กว้างกว่าเกรดเดี่ยว
ค่า SAE หรือ Society of Automotive Engineers จะแสดงถึงค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องทั้งที่อุณหภูมิสูงและต่ำ ซึ่งก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมค่าความหนืดบนขวดน้ำมันเครื่องจึงประกอบไปด้วยตัวเลข 2 ตัว


อุณหภูมิต่ำ

ตัวเลขตัวแรกที่นำหน้า W จะอธิบายถึงค่าความหนืดของน้ำมันที่อุณหภูมิต่ำ (W ย่อมาจาก Winter) นั่นแปลว่ายิ่งตัวเลขยิ่งต่ำน้ำมันก็จะยิ่งมีค่าความหนืดต่ำตามไปด้วย
ณ ที่อุณหภูมิต่ำ หากน้ำมันเครื่องมีค่าความหนืดที่น้อย ก็จะสามารถไหลไปหล่อลื่นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ได้ง่ายและเร็วขึ้น เพื่อการปกป้องเครื่องยนต์ในขณะสตาร์ท แต่หากน้ำมันเครื่องมีค่าความหนืดสูง ณ ที่อุณหภูมิต่ำ จะทำให้การไหลไปหล่อลื่นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ไม่สะดวกและดึงกำลังเครื่องยนต์ ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง


อุณหภูมิสูง

ตัวเลขตัวที่สองอธิบายถึงความหนืดของน้ำมันเครื่องในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิปกติ
ยิ่งตัวเลขตัวที่สองสูง น้ำมันก็จะยิ่งมีค่าความหนืดมาก เพราะถ้าน้ำมันเครื่องมีค่าความหนืดที่น้อยเกินไปเมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิสูง มันอาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการปกป้องเครื่องยนต์ลดลง แต่ถ้ามีค่าความหนืดที่มากเกินไป ก็ให้ประสิทธิภาพที่ไม่ดีเช่นเดียวกัน

คุณสามารถอ้างอิงค่าความหนืดที่ถูกต้องได้จากสมุดคู่มือรถยนต์ของคุณ


มาตรฐานน้ำมันหล่อลื่น

การใช้น้ำมันเครื่องที่ถูกต้องช่วยให้เครื่องยนต์วิ่งได้เรียบและลื่นมากขึ้น แต่ถ้าใช้ผิดอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องยนต์, เกิดการเผาไหม้น้ำมันที่มากเกินไป, เพิ่มปริมาณมลพิษ, เพิ่มการกัดกร่อน และอาจมีผลต่อการประกันรถยนต์ได้

ค่ากำหนดหรือคุณสมบัติของน้ำมันเครื่อง ขึ้นอยู่กับสิ่งปนเปื้อนที่เกิดขึ้นในน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์แต่ละชนิด ดังนั้นจึงมีเกณฑ์มากมายที่ต้องคำนึงถึง เช่น ความสะอาด, การทนความร้อน, การป้องกันการสึกหรอ, ความแข็งแรง 

มาตรฐานต่างๆของน้ำมันเครื่อง จะถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆตามเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่เปลียนแปลงไป โดยจะมีมาตรฐานสากลอยู่ 4 สถาบัน คือ


มาตรฐาน API (AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE)

มาตรฐาน API มักจะขึ้นต้นตัวอักษรแรกด้วยตัว S หรือ C
  • S คือ Spark (สำหรับเครื่องยนต์เบนซินจุดระเบิดด้วยประกายไฟ)
  • C คือ Compression (สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลจุดระเบิดด้วยแรงอัด)
ตัวอักษรตัวที่สองจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพมาตรฐานของน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะพัฒนาคุณสมบัติน้ำมันเครื่องไปตามความต้องการของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ โดยจะเริ่มต้นด้วยตัว "A" จนปัจจุบันพัฒนามาถึง "N" ซึ่งเหมาะกับเครื่องยนต์เทคโนโลยีปัจจุบัน เช่น SN ย่อมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยีใหม่ในปัจจุบัน มากกว่า SA เป็นต้น
น้ำมันเครื่องบางชนิดตรงตามเกณฑ์ค่ามาตรฐาน ใช้ได้ทั้งในเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ค่ามาตรฐานก็จะแสดงทั้งคู่ เช่น SL/CF เป็นต้น


มาตรฐาน ILSAC (INTERNATIONAL LUBRICANTS STANDARDIZATION AND APPROVAL COMMITTEE) ซึ่งเป็นมาตรฐานน้ำมันเครื่องสากล โดยหลักๆจะเป็นมุมมองของฝั่งอเมริกา

ILSAC เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตรถยนต์จากฝั่งอเมริกาและญี่ปุ่น และยังเป็นตัวแทนของ OEMs รายใหญ่ทั้งในอเมริกาและยุโรปอีกด้วย
ค่ามาตรฐานของ ILSAC และ API มักจะเป็นไปในทางเดียวกัน แต่จะมีการเน้นเพิ่มเติมในเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมันและระบบควบคุมไอเสีย
ค่ามาตรฐานล่าสุด คือ ILSAC GF-5 หมายความว่า ยิ่งตัวเลขยิ่งสูง จะยิ่งหมายถึงน้ำมันเครื่องชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้


มาตรฐาน ACEA (THE ASSOCIATION DES CONSTRUCTEURS EUROPÉENS D'AUTOMOBILES) สำหรับรถโซนยุโรป

ACEA เป็นมาตรฐานน้ำมันเครื่องของรถยนต์โซนยุโรป โดยน้ำมันเครื่องทั้งหมดจะต้องผ่านขั้นตอนของการทดสอบตามกฎหมายซึ่งจะถูกปรับปรุงให้เหมาะสมกับความต้องการของเครื่องยนต์และมาตรฐานมลพิษเสมอ
มาตรฐาน ACEA ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์เชิงพาณิชย์ โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ดังนี้
A = เครื่องยนต์เบนซิน
B = เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก (รถเก๋งและปิคอัพ)
C = เครื่องยนต์ที่ต้องใช้น้ำมันเครื่องในการทำงาน
E = เครื่องยนต์ดีเซลใช้งานหนัก


มาตรฐาน OEM (ORIGINAL EQUIPMENT MANUFACTURER) ได้รับการพัฒนาจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์

แต่ละ OEMs ส่วนใหญ่จะมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของเครื่องยนต์ที่มีความเฉพาะเจาะจง
เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องมีมาตรฐานตรงตามที่ OEM กำหนด ทาง OEM จะมีการทดสอบเพิ่มเติม ซึ่งเป็นค่าเฉพาะของทาง OEM เอง และจะมีการประกาศมาตรฐานต่างๆที่ได้รับการอนุติแล้วเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและทราบว่า ผลิตภัณฑ์ไหนเหมาะสมกับรถของพวกเขาที่สุด
เนื่องจากมาตรฐานต่างๆเหล่านี้ จะมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรถที่ยังอยู่ภายใต้การรับประกันของทางศูนย์ผู้ผลิต


ขอบคุณข้อมูล : www.castrol.com
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
(c) 2001- . TARAD.com . All Rights Reserved.
//