ค้นหา:
   เข้าสู่ระบบ!!    Mobile        รถเข็น   
ภาษาไทย
    หน้าแรก       สินค้า       เว็บบอร์ด       เกี่ยวกับเรา       บทความ       วิธีการชําระเงิน       ติดต่อเรา  
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 01/02/2560
ปรับปรุงเวบเมื่อ 20/07/2563
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 370
0205559032938

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (370)
 น้ำมัน ปตท.
 น้ำมัน อพอลโล่
 น้ำมัน เชล์ล Shell
 น้ำมัน โมบิล
 น้ำมัน คาสตรอล
 น้ำมัน ฮาว์ตัน
 น้ำมัน เทรน
 น้ำมัน บางจาก
 น้ำมัน ไออาร์พีซี IRPC
 ตัวปั่นน้ำมัน
 ลวดวายคัต EDM wire
 ไส้กรอง อุตสาหกรรม ไส้กรองวายคัต
 น้ำยาแม่พิมพ์ ล้างโมล์ด-Fluid
 วัตถุดิบ-Material
 อะหลั่ยเครื่องวายคัต-Sodick
 อะหลั่ยเครื่องวายคัต-Mitsubishi
 หินเจียร หินขัด

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



เว็บลิงค์
พรีเมียมมอลล์
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
อาณาจักรของมือสอง
ประมูลสินค้าออนไลน์
ตลาดค้าส่งสินค้า
ฟรี.! เว็บไซต์สำเร็จรูป
ระบบชำระเงินออนไลน์
ความรู้เกี่ยวกับ E-commerce
ตลาดสินค้าแฟชั่น
เล่นเกมส์ออนไลน์ ฟรี.!
ฝากไฟล์ อัพโหลด
สร้าง Blog ของตัวเอง ฟรี.!
พิกโพสต์ ประกวดภาพ

จำหน่ายน้ำมัน อุปกรณ์และอะไหล่ ที่ใช้ในโรงงาน ทุกชนิด
ติดต่อได้ที่ โทรและ ID Line
คุณสุกฤษ  097 9920654
คุณมะลิ     099 0459244
สำนักงานและแฟกซ์ 038-199236
Email: siamppkjlub@gmail.com
Email: siamppkjlub@hotmail.com
จัดส่ง ทั้งในและต่างประเทศ
บทความ
ความรู้เกี่ยวกับจาระบี (อ่าน 3287/ตอบ 0)
จาระบี
 

จาระบีคือน้ำมัน (70-95%) ผสมกับสารอุ้มน้ำมัน (5-30%) สารอุ้มน้ำมันจะคล้ายฟองน้ำที่อุ้มน้ำมันไว้ ซึ่งส่วนมากผลิตจากไขสบู่โลหะ (สบู่ที่ผสมลงไปจะทำให้จาระบีมีความข้นเหนียว มีคุณสมบัติกึ่งแข็งกึ่งเหลว ช่วยอุ้มและจับเกาะน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และสารเพิ่มคุณภาพทางเคมีทำให้ไม่ไหลเยิ้มออกมาในขณะใช้งาน ความแตกต่างของจาระบีแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสบู่ที่ผสม)

สารอุ้มน้ำมันที่มักใช้โดยทั่วไปมีอยู่ 3 ประเภทได้แก่ 
1.ลิเธียม (ให้การใช้งานที่ช่วงอุณหภูมิกว้าง) 
2.แคล-เซียม (ทนน้ำได้ดี แต่มีอุณหภูมิทำงานสูงสุดที่ 60 ๐C)
3.โซเดียม (มีคุณสมบัติการซีลที่ดี แต่ห้ามโดนน้ำ)
สารเพิ่มคุณภาพพิเศษ เช่น สารป้องกันสนิม สารป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น สารรับแรงกดสูง และสารป้องกันการสึกหรอ สามารถเติมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติตามต้องการได้

น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่ใช้ทำจาระบีมักเป็นพวกที่มีดัชนีความหนืดสูง เพื่อให้สามารถใช้ได้ทั้งอุณหภูมิสูงและต่ำในบางที่ที่ไม่สามารถใช้น้ำมันหล่อลื่นได้ เช่น แบริ่งหรือลูกปืนบางชนิด ลูกหมากปีกนก คันชักคันส่ง หูแหนบ ฯลฯ เพราะอาจเกิดปัญหาเรื่องการรั่วไหล ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกแทรกเข้าไปเจือปน ฯลฯ ทำให้การหล่อลื่นไม่ได้ผล จึงจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นอื่นที่มีสภาพความคงตัว มีคุณสมบัติในการจับติดขึ้นส่วนที่ต้องการได้ดีกว่าน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งก็คือ จาระบี


ในการเลือกใช้จาระบี คุณสมบัติโดยทั่วไปที่ต้องคำนึงถึงได้แก่ 

•ความแข็งอ่อนของจาระบี

ความอ่อนหรือแข็งของจาระบี วัดโดยปล่อยให้เครื่องมือรูปกรวยปลายแหลมจมลงในเนื้อจาระบีที่อุณหภูมิ 25 ๐C เป็นเวลา 5 วินาที และวัดความลึกเป็น 1/10 ของมิลลิเมตร ถ้ากรวยจมลงได้ลึกมากก็แสดงว่าจาระบีอ่อนมาก สถาบันจาระบีในสหรัฐฯ (National Lubricating Grease Institute ชื่อย่อ NLGI) ได้กำหนดเบอร์ของจาระบีไว้ดังนี้

เบอร์จาระบี แสดงว่าเมื่อเบอร์จาระบีสูงขึ้น จาระบีจะมีสภาพแข็งขึ้น ส่วนระยะจมนั้นแสดงถึงความลึกของกรวยที่จมลงในจาระบี ถ้าระยะจมมาก แสดงว่าจาระบีมีสภาพอ่อนนิ่มกว่าระยะจมน้อย ความอ่อนแข็งของจาระบีขึ้นกับเปอร์เซ็นต์ของสบู่และความหนืดของ น้ำมันพื้นฐาน


•ช่วงอุณหภูมิการทำงาน
ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมันพื้นฐานและสารอุ้มน้ำมัน คุณสมบัติของน้ำมันพื้นฐานและความหนืดจะใช้ในการกำหนดอุณหภูมิการใช้งานต่ำสุดของจาระบี (เช่น ในระหว่างการเริ่มเดินเครื่อง) อุณหภูมิสูงสุดที่จาระบีใช้งานได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสารอุ้มน้ำมัน ท่านจะต้องไม่สับสนระหว่างอุณหภูมิใช้งานสูงสุดกับจุดหยดของจาระบี ซึ่งใช้อ้างอิงโดยผู้ผลิตและเป็นจุดที่จาระบีจะสูญเสียคุณสมบัติความแข็งอ่อนและกลายสภาพเป็นของไหล

"จุดหยด"คืออุณหภูมิที่จาระบีหมดความคงตัว กลายเป็นของเหลงจนไหลออก ดังนั้นจุดหยด จึงเป็นสิ่งบ่งบอกถึงอุณหภูมิสูงสุดที่จาระบีทนได้ โดยทั่วไปอุณหภูมิใช้งานจะต่ำกว่าจุดหยด 40๐ – 62๐c การใช้จาระบีในที่อุณหภูมิสูงๆ จึงต้องพิจารณาถึงจุดหยดด้วย

•สารเพิ่มคุณภาพ
ในงานที่ต้องรับน้ำหนักสูง สารรับแรงกดสูง ( extreme pressure หรือ EP) จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักกดและป้องกันเนื้อโลหะ เชื่อมติดกัน โดยทั่วไปสารเพิ่มคุณภาพประเภทซัลเฟอร์/ฟอสฟอรัส จะใช้ในงานรับแรงกดสูง ในทางตรงกันข้าม เมื่อฟิล์มน้ำมันไม่เพียงพอ สารเพิ่มคุณภาพประเภทของแข็งเช่น กราไฟท์ โมลิบดีนัมไดซัลไฟต์ จะถูกนำมาใช้ สารป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นจะถูกใช้ในการยืดอายุของจาระบี ในขณะที่สารป้องกันสนิมจะช่วยป้องกันจากการกัดกร่อนแม้ในกรณีที่มีน้ำปนเปื้อน


การเลือกใช้

จาระบีที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมีอยู่หลายประเภท ควรเลือกใช้ให้ถูกต้องการและเหมาะสมดังนี้


1.  สัมผัสกับน้ำและความชื้นหรือไม่  ถ้าสัมผัสหรือเกี่ยวข้องต้องเลือกใช้จาระบีประเภททนน้ำ ถ้าเลือกใช้ผิดประเภท จาระบีจะถูกดูดความชื้นหรือน้ำชะล้าง ทำให้เยิ้มหลุดออกจากจุดหล่อลื่นได้ 

2.  อุณหภูมิใช้งานสูงมากน้อยแค่ไหน จุดใช้งานที่อุณหภูมิสูงกว่า 80 ๐C ควรเลือกใช้จาระบีประเภททนความร้อน ถ้าเลือกใช้ไม่ถูกต้อง จาระบีจะเยิ้มเหลวทะลักออกมาจากจุดหล่อลื่น

3.  ในกรณีที่สัมผัสทั้งน้ำและความร้อน ควรเลือกใช้จาระบีประเภทอเนกประสงค์ (Multipurpose) คุณภาพดี หรือจาระบีคอมเพล็กซ์ (Complex) ซึ่งราคาย่อมแพงกว่าจาระบีประเภททนน้ำ หรือความร้อนเพียงอย่างเดียว

4.  มีแรงกดแรงกระแทกระหว่างการใช้งาน ถ้ามีมากควรพิจารณาเลือกใช้จาระบีประเภทผสมสารรับแรงกดแรงกระแทก (EP Additives)

5. สภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น ถ้ามีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก หรือุณหภูมิสูงมากจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ต้องอัดจาระบีบ่อยครั้งขึ้น

6.  การเลือกใช้เบอร์จาระบี วิธีการนำจาระบีไปใช้งาน ซึ่งมีอยู่หลายแบบถ้าเป็นระบบแบบจุดจ่ายกลาง (Centralized System) ที่ใช้ปั้มป้อนจาระบีไปยังจุดหล่อลื่นต่างๆ ก็ควรใช้จาระบีอ่อน คือเบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 ถ้าอัดด้วยมือหรือปืนอัด อาจใช้เบอร์ 2 หรือ เบอร์ 3 หรือแข็งกว่านี้ ถ้าป้ายหรือทาด้วยมือ ความอ่อนแข็งไม่สำคัญมากนัก นอกจากนั้นถ้าเป็นพวกกระปุกเฟืองเกียร์ที่ใช้จาระบีหล่อลื่น ก็ควรใช้จาระบี ประเภทอ่อน คือ เบอร์ 0 หรือ เบอร์ 1


credit: website thaigood view and skf

 
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
(c) 2001- . TARAD.com . All Rights Reserved.
//